วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ณ สนามฝึกสุนัขทหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ทรงหมดพระสติอย่างกะทันหันระหว่างทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเกี่ยวกับการฝึกสุนัขทหาร เฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินถูกส่งเข้ารับตัวพระองค์ไปยังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว สำนักพระราชวังได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับพระอาการเป็นระยะ แต่มีรายละเอียดค่อนข้างจำกัด ทำให้ประชาชนจำนวนมากเฝ้าติดตามข่าวสารด้วยความห่วงใย เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นพระราชธิดาองค์โตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทรงได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางจากบทบาทด้านกฎหมาย การทูต และงานเพื่อสังคม

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2521 ณ พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ทรงสำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนเสด็จไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ สหรัฐอเมริกา ซึ่งทรงได้รับทั้งปริญญาโทและปริญญาเอกด้านนิติศาสตร์
ตลอดพระชนมชีพ พระองค์ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์ของสังคม โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและผู้ด้อยโอกาส พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน “กฎกรุงเทพฯ” (Bangkok Rules) ซึ่งองค์การสหประชาชาติรับรองในปี พ.ศ. 2553 ให้เป็นมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง นอกจากนี้ยังทรงก่อตั้งโครงการ “กำลังใจ” เพื่อส่งเสริมโอกาสและการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงก่อนกลับคืนสู่สังคม
พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย สาธารณรัฐสโลวาเกีย และสาธารณรัฐสโลวีเนีย อีกทั้งยังทรงปฏิบัติหน้าที่ด้านการทหาร โดยได้รับพระราชทานยศพลเอกหญิงในเวลาต่อมา

ภายหลังการรักษา คณะแพทย์ระบุว่าพระอาการเกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง อันเกี่ยวเนื่องกับการติดเชื้อแบคทีเรียไมโคพลาสมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและอวัยวะสำคัญหลายส่วนของร่างกาย พระองค์ทรงได้รับการถวายการรักษาอย่างต่อเนื่องจากคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลหลายส่วนที่ถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์และคลิปวิดีโอต่าง ๆ เกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ การสืบราชสันตติวงศ์ หรือสถานะของรัชทายาทนั้น เป็นประเด็นที่ควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลทางการ เนื่องจากอาจมีการผสมผสานระหว่างข้อเท็จจริง การคาดการณ์ และความคิดเห็นส่วนบุคคลเข้าไว้ด้วยกัน
พระกรณียกิจด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาสังคมของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ยังคงได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และนับเป็นผลงานสำคัญที่สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
